คุณสามารถถ่ายภาพสถานที่เหล่านี้ได้ตลอดการเดินทาง !!
การเที่ยวชมบริเวณโดยรอบเชสกี้ครุมลอฟ
คำแนะนำและข้อมูล
1. แวะชม อารามทอง (klášter Zlatá Koruna)
คุณมีเวลา 45 นาที ในการเที่ยวชมอารามทอง คนขับรถจะรอคุณไม่เกิน 5 นาที และ รถจะออกจากจุดที่คุณขึ้นรถ !
2. แวะชม หมูบ้าน โฮลาโชวิเซ (vesnice Holašovice)
คุณมีเวลา 30 นาที ในการเที่ยวชมหมู่บ้านแห่งนี้ คนขับรถจะรอคุณไม่เกิน 5 นาที และ รถจะออก จากจุดที่คุณขึ้นรถ !
3. แวะชม ปราสาท ฮลูโบกา (zámek Hluboká)
คุณมีเวลา 45 นาที ในการเที่ยวชมปราสาท และ บริเวณโดยรอบปราสาท คนขับรถจะรอคุณ ไม่เกิน 5 นาที และ รถจะออกจากจุดที่คุณขึ้นรถ !
ไม่อนุญาติให้คุณเข้าไปด้านในบริเวณ อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ เพราะคุณจะกลับมาขึ้นรถ ไม่ทัน !!!
1. อารามทอง (klášter Zlatá Koruna)
อารามแห่งนี้สร้างขึ้นโดยกษัตริย์เช็กชื่อ เปรมิส โอตาการ์ ที่ 2 (Premysl Otakar II ) และจะได้รับการเฉลิมฉลอง ครบรอบ 750 ปีของการก่อสร้างในปี 2013 ชื่อเดิมของอารามแห่งนี้คือ อารามแห่งความศักดิ์สิทธิ์ (Svatá Koruna หรือ Sancta Corona ในภาษาละติน) ตามหนามจากมาลัยครอบพระเศียรของพระเยซูคริสต์ ที่กษัตริย์ เปรมิส โอตาการ์ ที่ 2 ได้รับจากกษัตริย์หลุยส์ที่ 9 แห่งฝรั่งเศส อาร ามแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นอารามแบบโกธิคที่ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดแห่งหนึ่งในดินแดน โบเฮเมีย (ประเทศเช็กในปัจจุบัน) อารามแ ห่งนี้สร้างขึ้นบริเวณเทือกเขาบลังสกา (Blanska mountains) ตรงบริเวณจุดของ เนินเขา ชื่อเกล็ท ( Kleť) และอยู่ในชัยภูมิที่มีแม่นํ้าโ วลตาวา (Vltava) โอบล้อมถึงสามด้าน ซึ่งถือเป็นอารามที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานของพวกขุนนางจากทางภาคใต้ของโบเฮเมีย อั นได้แก่พวกขุนนางตระกูลโรเซ็มเิบิร์ก ตลอดจนเพื่อแสดงถึงอำนาจของกษัตริย์ทางใต้ของ โบเฮเมีย อารามนี้ได้รับการดูจากซิสเ ตอร์เซี่ยนซึ่งเป็นกลุ่มนักบวชในศาสนาคริสต์นิกายหนึ่งในคาทอลิค จากทางใต้ของเช็ก ส่วนที่เก่าแก่ที่สุดในอารามแห่งนี้คือบริเวณ ที่ใช้เป็นที่ปฏิบัติศาสนกิจ ทีมีรูปเทวดาพิทักษ์ สร้างขึ้นในราว ปลาย ศตวรรษที่ 13 ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่20 อารามแห่งนี้ได้รับการบู รณะเรื่อยมา จนกระทั่งในปัจจุบันได้เปิดให้ สาธารณะชนเข้าชมได้ ปัจจุบันภายในอารามมีพิพิธภัณฑ์ซึ่งจัดแสดงเอกสาร และบันทึก สำคัญทางประวัติศาสตร์ของ โบเฮเมียทางใต้ รวมทั้งมีห้องสมุดที่เก็บเอกสารสำคัญอีกด้วย
2. หมูบ้าน โฮลาโชวิเซ (vesnice Holašovice)
หมู่บ้านแห่งนี้ไม่ปรากฏชัดเจนว่าสร้างขึ้นเมื่อใด บันทึกทางประวัติศาสตร์ชิ้นแรกที่บอกเล่า เกี่ยวกับ หมู่บ้านแห่งนี้คือในปี ค.ศ. 1263 ระบุว่าส่วนที่ถือเป็นข้อมูลทางประว้ติศาสตร์ของหมู่บ้าน คือจตุรัสกลางหมู่บ้านที่ล้อมรอบด้วยบ้านในฟาร์ม ขนาดของจตุรัสเป็ นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีขนาด ราว 210 × 70 เมตร กลางจตุรัสมีสระนํ้า ขนาดเล็กสำหรับใช้ในหมู่บ้าน ด้านข้างเป็นชุมชนของช่างตีเหล็ ก บ้านแต่ละหลังที่อยู่ในหมู่บ้านประกอบด้วยพื้นที่ส่วนกลางซึ่งใช้เป็นที่อยู่เจ้าของบ้าน และพื้นที่เชื่อมต่อกับส่วนที่เป็นคอกม้า ด้านตรงข้ามเป็นส่วนที่ใช้สำหรับเป็นที่อาศัยของพ่อแม่เจ้าของบ้าน ซึ่งเชื่อมต่อ กับอาคาร ด้านนอก บริเวณรอบฟาร์มจะมีฉางเก็บข้าว ด้านหลังเป็นสวนที่ต่อออกไป ตัวบ้านสร้างด้วยหิน ฉาบด้วยดินผสมโคลน รูปจั่วบ้านที่เห็นในปัจจุบันเป็นแบบที่เรียกว่าบารอกชา วนา ที่ทำให้หมูบ้านแห่งนี้กลายเป็นสถาน ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก การบูรณะจั่วบ้านและประตูทางเข้าบ้านมีขึ้นเป็นครั้งแรกในช่ว งครึ่งแรกของศตวรรษที่19 โดยที่ ผู้สร้างได้คงรูปแบบเดิมไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแบบบารอกและแบบคลาสิค และได้เพิ่มส่วนที่เป็น ลวดลายแบบพื้นบ้าน และด้วยสถาปัตกรรมแบบที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งมีให้เห็นเฉพาะที่หมู่บ้าน โฮลาโชวิเซ นี้เองจึงทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ กลายเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่ได้รับการ ขึ้นทะเบียนมรดกโลกจากยูเนสโก
3. ปราสาท ฮลูโบกา (zámek Hluboká)
ปราสาทนี้สร้างขึ้นเป็นครั้งแรกโดยกษัตริย์เช็ก ราวกลางศตวรรษที่13 โดยมีรูปทรงแบบป้อม ปราการ และถูกครอบครองครั้งแล้วครั้งเ ล่าโดยพวกขุนนาง ในปี 1563 ลอร์ดแห่งฮราเดซ (Lords of Hradec) ได้สร้างใหม่ในสไตล์เรเนสซ็องซ์ ต่อมาในปี 1661 ปราสาทแห่งนี้ได้ถูกซื้อโดยโยอัน อดอล์ฟ ที่ 1(Joan Adolf I) แห่ง ซวาเซนเบิร์กซ์ (Schwarzenberg) ตระกูลซวาเซนเบิร์กซ์ ครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ทาง ตอนใต้ ของเช็ก รวมทั้งปราสาทในเชสกี้ ครุมลอฟด้วย ตระกูลซวาเซนเบิร์กเป็นขุนนางที่มั่งคั่งแล ะมีความสามารถในการจัดการดูแลและบูรณะ ปราสาทแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี รูปแบบของปราสาทที่เห็นในปัจจุบันเป็นแบบนีโอ- กอธิคโรแมนติก ซึ่งเป็นผลจากการ บูรณะครั้ง สำคัญในระหว่างปีค.ศ.1840 – 1871 ส่วนที่ได้รับการบูรณะนอกจากตัวปราสาทแล้ว แล้ว ยังมีสวน และ พื้นที่ที่เป็นภูมิทัศน์โดยรอบ ปราสาทได้รับการบูรณะในสมัยเจ้าชายโยอัน อดอล์ฟที่2 ( Prince Jan Adolf II) และพระชายา คือเคาน์เตสเอเลโอโนรา (Eleonora) ซึ่งเป็นเจ้าหญิงแห่งลิคเท่นสไตน์ (Liechtenstein) หลังจากเสด็จกลับจากประเทศ อังกฤษ รูปทรงของตัวปราสาทได้แบบมาจากปราสาทวินเซอร์ในประเทศอังกฤษและที่ถือเป็นไฮไลท์ ของปราสาทคือรูปแบบที่ชวน ประทับใจไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งภายในแบบอลังการที่มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครันทำให้การพักเป็นไปด้วยความอภิรมย์และสะ ดวกสบายยิ่ง เช่นเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องทำความร้อนแบบควบคุมจากส่วนกลางไปยังส่วนต่างๆในปราสาท ลิฟท์ที่ใช้ในการขน อาหารจ ากห้องครัวที่อยู่ด้านล่างไปยังห้องรับประทานอาหาร ตลอดจนโทรศัพท์ไร้สาย ตระกูลซวาเซนเบิร์กอาศัยอยู่ในปราสาทแห่งนี้จนสิ้ นปีค.ศ.1939 โดยที่เจ้าของคนสุดท้าย คือเจ้าชายอดอล์ฟ (Prince Adolf Schwarzenberg) ก่อนที่จะหลบหนีนาซีออกนอกประเทศไป ห้องภายในปราสาทฮลูโบกามีถึง140 ห้อง และมีหอคอยถึง11 หอ ปราสาทแห่งนี้มีผู้เข้าเยี่ยมชมปีละประมาณ 100,000 คน
หลังจากการเที่ยวชมครั้งนี้เสร็จสิ้นแล้ว เราขอให้คุณใช้รถบริการโลโบ (LOBO) เพื่อไปที่ Linz ในเวลา14.00 น. คุณจะสามารถขึ้นรถไฟ(รถไฟออกทุกชั่วโมง) ไปยังจุดหมายปลายทาง ได้แก่ Vienna, Salzburk, Hallstatt, Munich และอื่นๆ . ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาได้ใน www.shuttlelobo.com



